
118.1K
Downloads
262
Episodes
พูดคุยกับเรื่องวิ่งๆจากนักวิ่งกลุ่มซิตี้เทรลรันเนอร์ เรื่องราวซิตี้รัน เส้นทางวิ่งในเมือง เส้นทางเทรล ประวัติศาสตร์ อุปกรณ์ และสังคม ในหมู่นักวิ่ง
พูดคุยกับเรื่องวิ่งๆจากนักวิ่งกลุ่มซิตี้เทรลรันเนอร์ เรื่องราวซิตี้รัน เส้นทางวิ่งในเมือง เส้นทางเทรล ประวัติศาสตร์ อุปกรณ์ และสังคม ในหมู่นักวิ่ง
Episodes

4 days ago
4 days ago
ใน EP245 เราคุยกันไปแล้วว่า Chi Running ไม่ใช่แค่ “เทคนิคท่าวิ่ง” แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิด จากการวิ่งแบบใช้แรงผลัก ไปสู่การวิ่งที่ใช้โครงสร้างร่างกาย การผ่อนคลาย และแรงโน้มถ่วงช่วยพาเราไปข้างหน้า
ใน EP246 นี้ เราจะพาทุกคนเข้าสู่ “ภาคปฏิบัติ” ของ Chi Running ว่าเราจะเอาหลักการเหล่านี้ไปใช้จริงในหนึ่งรันได้อย่างไร ตั้งแต่ก่อนกดนาฬิกา ระหว่างวิ่ง ไปจนถึงหลังวิ่งจบ
ตอนนี้เหมาะสำหรับนักวิ่งที่อยากวิ่งให้เบาขึ้น ลื่นขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเจ็บซ้ำ และเริ่มเข้าใจสัญญาณจากร่างกายของตัวเองมากขึ้น
ในตอนนี้คุณจะได้เรียนรู้:
ก่อนวิ่ง
• ทำไมการวิ่งที่ดีจึงเริ่มก่อนก้าวแรก
• Body Sensing คืออะไร และช่วยให้เราวิ่งอย่างมีสติได้อย่างไร
• แนวคิด One Run One Focus: หนึ่งรัน หนึ่งโฟกัส
• ทำไม Chi Running จึงเน้นการคลายข้อต่อ มากกว่าการยืดค้างก่อนวิ่ง
• Creepy Slow Start: เริ่มช้ามาก เพื่อให้ร่างกายจูนฟอร์มทัน
ระหว่างวิ่ง
• Posture: หู ไหล่ สะโพก ข้อเท้า อยู่ในแนวเดียวกัน
• Lean: โน้มจากข้อเท้า ไม่ใช่พับเอว
• Cadence: รอบขาเบาและสม่ำเสมอ
• Land under body: ลงเท้าใต้ลำตัว เพื่อลดแรงเบรก
• แยกให้ออกระหว่าง “เหนื่อยแบบพัฒนา” กับ “เจ็บแบบเตือนภัย”
• วิธีรับมือเมื่อต้องวิ่งขึ้นเนิน ลงเนิน และวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า
หลังวิ่ง
• ทำไมการวิ่งไม่ได้จบตอนเรากดหยุดนาฬิกา
• Cooldown 5 นาที สำคัญอย่างไร
• Stretch หลังวิ่งอย่างปลอดภัย
• Legs-up-wall หรือการยกขาพาดผนังเพื่อช่วยฟื้นฟู
• Running Log: บันทึกสิ่งที่ร่างกายบอกเรา ไม่ใช่แค่ดู Pace หรือระยะทาง
หัวใจของตอนนี้คือ Chi Running ไม่ได้เป็นเพียงการปรับท่าวิ่ง แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับร่างกาย
นักวิ่งที่ดี ไม่ใช่คนที่ไม่เคยเหนื่อย
แต่คือคนที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรผ่อน เมื่อไหร่ควรปรับ และเมื่อไหร่ควรฟังร่างกาย
ลองนำสิ่งเล็กๆ จากตอนนี้ไปใช้ในรันต่อไปของคุณ อาจเริ่มจากการออกตัวให้ช้ากว่าปกติ เช็กท่าทางทุก 5 นาที หรือเขียนบันทึกสั้นๆ ว่าวันนี้ร่างกายบอกอะไรเรา
CitytrailTalk Podcast
Running with Science

Friday Apr 24, 2026
EP245: Chi Running — ถอดรหัสการวิ่งที่ลื่นขึ้น ประหยัดแรงขึ้น และเจ็บน้อยลง
Friday Apr 24, 2026
Friday Apr 24, 2026
ในตอนนี้ของ CitytrailTalk เราชวนมาทำความเข้าใจ “Chi Running” แนวคิดการวิ่งที่ผสานหลักการเคลื่อนไหวเข้ากับชีวกลศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อช่วยให้การวิ่งลื่นขึ้น เบาขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แทนที่จะพึ่งการออกแรงจากกล้ามเนื้อขาเพียงอย่างเดียว Chi Running เน้นการจัดท่าทาง การโน้มตัวจากข้อเท้า การลงเท้าใต้ลำตัว การผ่อนคลายแขนขา และการใช้แรงโน้มถ่วงให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในตอนนี้ เราจะคุยกันถึง
- Chi Running คืออะไร
- ต่างจาก Power Running อย่างไร
- ทำไม posture และ pelvic alignment ถึงสำคัญ
- The Lean หรือการโน้มตัว ช่วยให้วิ่งลื่นขึ้นได้อย่างไร
- การหยุด overstriding เพื่อลด braking force
- บทบาทของ cadence และ elastic recoil
- วิธีเริ่มต้นฝึก Chi Running อย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ข้อควรระวังในการปรับฟอร์มวิ่ง
ตอนนี้เหมาะสำหรับนักวิ่งที่อยากเข้าใจฟอร์มการวิ่งของตัวเองให้มากขึ้น ลดแรงกระแทก ลดความสิ้นเปลือง และวิ่งได้อย่างสมูทกว่าเดิม
หากคุณอยากเห็นภาพประกอบและอินโฟกราฟิกแบบละเอียดเพิ่มเติม สามารถรับชมเวอร์ชันวิดีโอบน YouTube ได้ที่
https://youtu.be/VElyzUb_YpA

Friday Apr 17, 2026
EP244: MAF Method — ปฏิรูประบบสุขภาพและสมรรถภาพจากภายใน
Friday Apr 17, 2026
Friday Apr 17, 2026
ในตอนนี้ของ CitytrailTalk Podcast เราจะพาคุณไปรู้จักกับแนวทาง Maximum Aerobic Function หรือ MAF ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการวิ่งช้า แต่คือกรอบคิดใหม่ในการสร้างสุขภาพและสมรรถภาพจาก “ระบบภายใน” ของร่างกาย
หลายคนซ้อมหนักขึ้น แต่กลับเหนื่อยง่าย เจ็บบ่อย ฟื้นตัวช้า และบางครั้งดูเหมือนฟิตขึ้นภายนอก แต่สุขภาพจริงกลับไม่ได้ดีขึ้นตาม นี่คือภาวะที่เรียกว่า Fit but Unhealthy และเป็นจุดที่แนวทาง MAF เข้ามาตอบคำถามสำคัญว่า เราควรเริ่มต้นจากตรงไหน หากอยากทั้งแข็งแรงและยั่งยืนในระยะยาว
ตอนนี้เราจะชวนคุยตั้งแต่
-
ความต่างระหว่าง Health กับ Fitness
-
ทำไมระบบแอโรบิกจึงเป็นรากฐานของทั้งสุขภาพและ performance
-
ความต่างของการใช้ ไขมัน กับ น้ำตาล เป็นเชื้อเพลิง
-
หลักการของ 180 Formula และ MAF Test
-
ภาวะ Carbohydrate Intolerance และผลต่อการเผาผลาญ
-
ทำไมแนวคิด “ช้าลงเพื่อไปได้เร็วขึ้น” จึงอาจเป็นคำตอบที่นักวิ่งหลายคนมองข้าม
ถ้าคุณเป็นนักวิ่งที่หัวใจขึ้นง่าย ซ้อมหนักแต่ไม่ค่อยพัฒนา หรือเป็นคนที่อยากดูแลสุขภาพให้ดีจากภายใน ตอนนี้จะช่วยให้คุณมองการฝึกซ้อมและการใช้ชีวิตในมุมใหม่
เพราะความฟิตที่แท้จริง ไม่ควรต้องแลกมาด้วยสุขภาพ
และบางครั้ง จุดเริ่มต้นของการไปได้ไกลกว่าเดิม อาจเริ่มจากการยอม “ช้าลง” อย่างเข้าใจ
CitytrailTalk Podcast
วิ่งอย่างเข้าใจร่างกาย ด้วยวิทยาศาสตร์ที่เล่าให้เข้าใจง่าย

Friday Apr 10, 2026
Friday Apr 10, 2026
มาถึงตอนสุดท้ายของ Trail Series แล้วครับ 🎉
EP243 ตอนนี้คือ “Finale” ที่เราจะเอาทุกอย่างจาก 8 ตอน มาประกอบเป็น Trail Playbook ใช้ได้จริงทั้งวันซ้อมและวันแข่ง — เป้าหมายไม่ใช่ “เร็วที่สุด” แต่คือ จบแบบคุมได้ สนุก และปลอดภัย
ในตอนนี้คุณจะได้:
-
ทำไม “พังช่วงท้าย” ถึงเกิดง่ายบนเทรล (ความล้า + โฟกัสหลุด + ทางเทคนิค/ลงเขา)
-
แผน 3 ช่วงแบบทำตามได้: ก่อนวิ่ง / ระหว่างวิ่ง / รีเซ็ตเมื่อเริ่มพัง
-
สูตรคุมแรงให้จบ: Run-Walk-Run และ Power Hike (ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือกลยุทธ์)
-
คีย์เทคนิคช่วงท้าย: มองทางล่วงหน้า • ก้าวสั้น-เบา-ถี่ • แขนช่วยทรงตัว • รีเซ็ตทันทีเมื่อคุมไม่อยู่
-
Checklist 8 ข้อ + Decision Rules (If-Then) ที่ช่วยให้คุณ “กลับมาคุมเกม” ได้ทันก่อนพลาด
🎯 การบ้านปิดซีรีส์: เลือกเทรลง่าย 1 เส้น แล้วทำ Trail Playbook 8 ข้อ ให้ครบ
แล้วคอมเมนต์มาหน่อยครับว่าจุดที่คุณพลาดบ่อยสุดคือ เนิน / ทางเทคนิค / ลงเขา / หรือการเติมพลัง
ขอบคุณที่ติดตาม Trail Series มาจนถึงตอนสุดท้าย แล้วพบกันใหม่ในซีรีส์ถัดไปครับ 🙌

Friday Apr 03, 2026
Friday Apr 03, 2026
ในตอนนี้ของ CitytrailTalk เราจะพาไปทำความเข้าใจแนวคิด Pose Method of Running ที่พัฒนาโดย Dr. Nicholas Romanov แนวคิดที่ชวนให้เรามองการวิ่งใหม่จากเดิมที่คิดว่า “ต้องถีบตัวไปข้างหน้า” กลายเป็นการมองว่าการวิ่งคือ ทักษะของการเคลื่อนไหว และหัวใจสำคัญอาจอยู่ที่การใช้ แรงโน้มถ่วง ให้เป็นประโยชน์
ตอนนี้เราคุยกันถึง 3 แกนหลักของ Pose Method
Pose – Fall – Pull
หรือก็คือ
-
การจัดร่างกายให้อยู่ในท่าที่สมดุล
-
การปล่อยให้ร่างกายล้มไปข้างหน้าอย่างควบคุมได้จากข้อเท้า
-
การดึงเท้ากลับใต้สะโพกอย่างรวดเร็วและผ่อนคลาย
เรายังเปรียบเทียบให้เห็นด้วยว่า วิธีนี้ต่างจากแนวคิดการวิ่งแบบดั้งเดิมอย่างไร โดยเฉพาะเรื่อง
-
การก้าวยาวเกินไป หรือ overstride
-
การลงเท้าล้ำหน้าลำตัวที่ทำให้เกิดแรงเบรก
-
ความสำคัญของ cadence
-
การลด vertical oscillation
-
และบทบาทของ hamstring ในการดึงเท้า แทนการถีบส่งด้วยหน้าขาอย่างที่หลายคนเข้าใจ
อีกประเด็นสำคัญของตอนนี้คือเรื่อง การลดแรงกระแทกและความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ
เมื่อเราลงน้ำหนักใต้ลำตัวมากขึ้น เข่างอเล็กน้อย และปล่อยให้โครงสร้างตามธรรมชาติอย่างเอ็นร้อยหวายและอุ้งเท้าทำหน้าที่เหมือนสปริง ร่างกายอาจเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นและรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ เรายังคุยถึงวิธีเริ่มต้นสำหรับนักวิ่งทั่วไป ผ่านแนวคิด
Think – See – Feel
และท่าฝึกพื้นฐานอย่าง
-
Pose Stance
-
Pony Drill
-
Wall Fall
-
Foot Taps
รวมถึงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น
-
วิ่งเขย่งตลอดเวลา
-
ก้าวยาวเกินไป
-
ก้มจากเอวแทนการเอนจากข้อเท้า
-
เกร็งร่างกายมากเกินไป
ตอนนี้เหมาะมากสำหรับนักวิ่งที่อยากเข้าใจ biomechanics ของการวิ่งให้ลึกขึ้น และอยากลองปรับฟอร์มอย่างมีหลักการ ไม่ใช่เปลี่ยนแบบหักดิบ
ถ้าคุณเคยสงสัยว่า
ทำไมบางคนวิ่งดูเบา ลื่น และประหยัดแรงกว่าคนอื่น
หรือการวิ่งที่ดีอาจไม่ได้เริ่มจากการ “ออกแรงมากขึ้น” แต่เริ่มจากการ “เคลื่อนไหวให้ฉลาดขึ้น”
ตอนนี้คืออีกตอนที่ไม่ควรพลาด
#CitytrailTalk #PoseMethod #RunningWithScience #RunningForm #Biomechanics #Cadence #RunningPodcast

Friday Mar 27, 2026
Friday Mar 27, 2026
ต้นทางยังไหว… แต่พอผ่านไปสักพักสมองเริ่มเบลอ ขาเริ่มหนัก แล้วช่วงท้ายคุมฟอร์มไม่อยู่ โดยเฉพาะตอนลงเขาหรือทางเทคนิค — เคยไหมครับ?
EP241 ตอนนี้เรามาเติม “ชิ้นส่วนสำคัญ” ที่ทำให้คุณวิ่งเทรลได้สนุกและปลอดภัยจนจบ นั่นคือ Fuel & Hydration หรือการ กิน–ดื่มให้เป็นระบบ ไม่ใช่รอให้หิว/กระหายแล้วค่อยเติม
ในตอนนี้คุณจะได้:
-
ทำไมเทรลถึง “พังช่วงท้าย” ง่ายกว่าวิ่งถนน (time-on-feet นานกว่า + ใช้สมาธิเยอะกว่า)
-
กรอบคิด 3 ส่วนที่ต้องคุมให้สม่ำเสมอ: พลังงาน (คาร์บ) / น้ำ / เกลือแร่
-
หลักง่าย ๆ ที่ทำได้จริง: กินก่อนหิว • ดื่มก่อนกระหาย • น้อยแต่บ่อย
-
วิธีปรับตามสภาพจริง: อากาศร้อนชื้น, เนินยาว, ทางเทคนิค และวันที่ต้องใช้เวลานานบนเท้า
-
ความผิดพลาดยอดฮิต (และวิธีแก้) เช่น เติมช้าเกินไป, กิน/ดื่มทีเดียวเยอะ, ทดลองของใหม่วันสำคัญ
🎯 การบ้าน: ลองตั้งเตือนทุก 15–20 นาที เพื่อ “จิบน้ำ + เติมพลังแบบเบา ๆ” แล้วสังเกตว่าช่วงท้ายคุณยังคุมสติและคุมฟอร์มได้ดีขึ้นไหม โดยเฉพาะตอนลงเขา
ถ้าชอบ Trail Series ฝากกดติดตาม แชร์ให้เพื่อน และคอมเมนต์มาหน่อยว่าเวลาวิ่งยาวคุณพังจากอะไรบ่อยสุด: หิวหมดแรง / ตะคริว / หรือท้องไม่สบาย

Sunday Mar 22, 2026
Sunday Mar 22, 2026
ในตอนพิเศษ CitytrailTalk EP240.1 นี้ เราลองนำเนื้อหาจากบทสนทนาของ Host หมู และ Host Jo มาสรุปใหม่ในรูปแบบ AI Summary Version เพื่อให้คุณฟังทบทวนประเด็นสำคัญได้จบในเวลาประมาณ 25 นาที
ตอนนี้พาไปทำความเข้าใจว่า ทำไมคำว่า
“You cannot manage what you cannot measure”
จึงสำคัญกับนักวิ่งที่อยากซ้อมอย่างมีระบบ
เราจะสรุปภาพรวมของ Running Metrics ในแบบที่เอาไปใช้ได้จริง ทั้งมุมของ
-
สมรรถภาพร่างกาย
-
ประสิทธิภาพการวิ่ง
-
โหลดการซ้อม
-
ผลลัพธ์จากการซ้อม
-
การฟื้นตัวและความพร้อม
-
รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผลต่อ performance
เนื้อหาในตอนนี้ครอบคลุมทั้งข้อมูลจาก Garmin Connect และการวิเคราะห์เชิงลึกจาก Runalyze ไม่ว่าจะเป็น
-
VO2 Max
-
Resting Heart Rate
-
Sleep Score
-
Body Battery
-
Training Effect
-
Acute Training Load
-
Effective VO2 Max
-
Marathon Shape
-
ATL / CTL / Stress Balance
-
Workload Ratio
-
Aerobic Decoupling
-
Monotony
ตอนนี้เหมาะสำหรับนักวิ่งที่อยากเข้าใจว่า
ตัวเลขที่เห็นในนาฬิกาและแพลตฟอร์มวิเคราะห์ต่าง ๆ ไม่ได้มีไว้ดูเล่น แต่สามารถใช้ช่วยตอบคำถามสำคัญได้ เช่น
-
ทำไมช่วงนี้วิ่งไม่ขึ้น
-
ทำไมซ้อมหนักแต่พัฒนาไม่ต่อเนื่อง
-
ร่างกายกำลังฟื้นตัวดีหรือยัง
-
โหลดซ้อมตอนนี้เหมาะสม หรือเริ่มเสี่ยงบาดเจ็บแล้ว
นี่คือเวอร์ชันสรุปแบบกระชับสำหรับคนที่อยากเก็บประเด็นสำคัญของ EP240 ให้ครบในเวลาสั้นลง
และเราก็อยากรู้เหมือนกันว่า คุณชอบรูปแบบ AI Summary แบบนี้หรือไม่
ฟังจบแล้ว ฝากส่ง feedback มาบอกกันด้วยว่า
คุณอยากให้ CitytrailTalk มีตอนสรุปแบบ AI สำหรับอีพีอื่นต่อไปหรือเปล่า
#CitytrailTalk #RunningMetrics #Garmin #Runalyze #TrainingLoad #RunningScience #Podcastนักวิ่ง

Friday Mar 20, 2026
Friday Mar 20, 2026
ใน EP240 ตอนนี้ CitytrailTalk พากลับมาสรุปภาพรวมของซีรีส์ Running Metrics ทั้ง 5 โมดูลแบบครบระบบ เพื่อช่วยให้นักวิ่งเข้าใจว่า “ตัวเลข” ที่เห็นจากนาฬิกาและแอปวิเคราะห์ต่าง ๆ ไม่ได้เป็นแค่ข้อมูลประกอบการวิ่ง แต่คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราอ่านร่างกาย อ่านความฟิต อ่านความล้า และประเมินผลของการซ้อมได้ชัดเจนขึ้น
หลายคนคุ้นกับการดู pace, heart rate หรือระยะทางเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง การซ้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต้องอาศัยการมองข้อมูลหลายมิติร่วมกัน ทั้งด้านความหนักของการซ้อม ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว ระบบแอโรบิก การฟื้นตัว และสัญญาณความพร้อมของร่างกาย
ตอนนี้จึงเป็นเหมือน “ตอนสรุปใหญ่” ที่เชื่อมทุกโมดูลเข้าด้วยกัน ได้แก่
-
Module 1 – Foundation
ทำไม Metrics คือเข็มทิศของการซ้อม -
Module 2 – Training Load
คุมความหนักให้พอดี ไม่ซ้อมเกิน และไม่ซ้อมขาด -
Module 3 – Biomechanics
อ่านรูปแบบการเคลื่อนไหว เพื่อเข้าใจประสิทธิภาพการวิ่ง -
Module 4 – Physiology
ทำความเข้าใจ HRV, VO₂max, Critical Speed และเส้นแบ่งความล้า -
Module 5 – Performance Output & Adaptation
ดูว่าการซ้อมกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ร่างกายจริงหรือไม่
นอกจากนี้ ตอนนี้ยังพูดถึงกรอบคิดสำคัญในการจัดกลุ่ม running metrics เป็นหมวดต่าง ๆ เช่น
Physiology, Biomechanics, Training Load, Performance Output, Recovery และ Readiness
เพื่อให้คนฟังมองข้อมูลได้เป็นระบบมากขึ้น และไม่ตีความตัวเลขแบบแยกส่วน
อีกประเด็นที่สำคัญคือการใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์อย่าง Garmin Connect และแพลตฟอร์มเชิงลึกอย่าง Runalyze ที่ช่วยให้เห็น advanced metrics มากขึ้น เช่น
-
Stress Balance
-
Workload Ratio
-
Acute / Chronic Load
-
Aerobic Decoupling (Pa:HR)
EP240 เหมาะทั้งสำหรับคนที่ติดตามซีรีส์ Running Metrics มาตั้งแต่ต้น และคนที่อยากเริ่มต้นจากตอนเดียวที่ช่วยปะติดปะต่อทุกอย่างให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น
ถ้าคุณเคยสงสัยว่า
-
ควรดู metric ไหนก่อน
-
ฟิตขึ้นจริง หรือแค่เหนื่อยสะสม
-
ทำไมบางช่วงซ้อมหนักแต่ผลงานไม่มา
-
Recovery กับ Readiness สำคัญแค่ไหน
-
ตัวเลขต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร
ตอนนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการซ้อมในระดับที่ลึกขึ้น และใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์จริงกับการพัฒนาตัวเอง
CitytrailTalk Podcast
ชวนคุยเรื่องวิ่ง วิทยาศาสตร์การกีฬา และแนวคิดที่ช่วยให้นักวิ่งซ้อมอย่างฉลาดขึ้น

Friday Mar 13, 2026
Friday Mar 13, 2026
วิ่งเทรลแล้วรู้สึก “ตัวโคลง ๆ”? ข้อเท้าเกือบพลิกบ่อย? หรือพอเริ่มล้าแล้วสะดุดง่ายขึ้น?
EP239 ตอนนี้เราคุยกันเรื่อง “ฐานความมั่นคง” ที่ช่วยให้คุณคุมทางเทคนิคได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงล้ม/เจ็บสะสม
ในตอนนี้คุณจะได้:
-
ทำไมเทรลถึงทำให้ กล้ามเนื้อเล็ก ทำงานหนักกว่าถนน
-
แนวคิด “โซ่ความมั่นคง” ตั้งแต่ เท้า → ข้อเท้า → น่อง/เอ็นร้อยหวาย → สะโพก → แกนกลาง (หลวมจุดเดียว ฟอร์มพังง่าย)
-
คิวการวิ่งบนเทรลที่ช่วยคุมตัว: ก้าวสั้น เบา ถี่ + ใช้แขนช่วยทรงตัว
-
วิธีฝึก Strength & Stability แบบง่าย ๆ ที่บ้าน/สวน ไม่ต้องอุปกรณ์เยอะ
-
มินิแพลนรายสัปดาห์: ฝึกสั้น ๆ แต่สม่ำเสมอ (2 วัน/สัปดาห์ก็พอ) เพื่อเห็นผลจริง
🎯 การบ้าน: เลือก 1 ท่าฝึกข้อเท้า + 1 ท่าแกนกลาง ทำวันละ 10 นาที แล้วลองสังเกตว่าการทรงตัวบนเทรล “นิ่งขึ้น” แค่ไหนในรอบถัดไป

Friday Mar 06, 2026
Friday Mar 06, 2026
คุณแน่ใจหรือไม่ว่า “วิ่งเร็วขึ้น” เท่ากับ “ฟิตขึ้นจริง”?
นักวิ่งจำนวนมากดูแค่เพซ ระยะทาง หรือเวลาจบการแข่งขัน แล้วสรุปว่าตัวเองพัฒนาแล้ว แต่ความจริงแล้ว ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอาจแลกมาด้วยต้นทุนทางสรีรวิทยาที่สูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ใน EP238 เราจะใช้กรอบแนวคิด Performance Pillar เพื่อแยก “ผลลัพธ์ภายนอก” ออกจาก “ต้นทุนภายใน” และพิสูจน์ว่าการซ้อมของคุณกำลังสร้างการปรับตัวที่แท้จริงหรือไม่
ตอนนี้เราจะเจาะลึกตัวชี้วัดสำคัญ เช่น:
-
Efficiency Factor (EF) – ความเร็วต่อหนึ่งจังหวะหัวใจ เครื่องยนต์คุณใหญ่ขึ้นจริงไหม
-
Aerobic Decoupling (Pa:HR) – ความทนทานของระบบหัวใจ คุณเร็วแต่เปราะบางหรือเปล่า
-
Running Effectiveness (RE) – ความประหยัดเชิงชีวกลศาสตร์ คุณเร็วขึ้นเพราะฟิตขึ้น หรือเพราะท่าวิ่งดีขึ้น
-
Training Effect (TE) – การควบคุมความหนักของเซสชันให้ตรงเป้าหมาย
-
Pace Variability (CV%) & Finish Strength – วินัยในการคุมเพซ และความสามารถในการต้านทานความล้า
-
Critical Speed (CS), Stamina & Time to Exhaustion (TTE) – เครื่องมือทำนายและวางกลยุทธ์วันแข่งอย่างมีเหตุผล
เราจะวิเคราะห์สถานการณ์จริง เช่น:
-
High EF แต่ Decoupling สูง = Fast but Fragile
-
EF และ TTE คงที่หลายสัปดาห์ = Plateau
-
RE ลดลงแต่เพซเท่าเดิม = เสียประสิทธิภาพทางกล
ตอนนี้เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการเข้าใจข้อมูลจาก Garmin, Stryd หรือ TrainingPeaks อย่างลึกขึ้น และต้องการออกแบบแผนซ้อมด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
ถ้าคุณอยากรู้ว่า “ซ้อมแล้วร่างกายเปลี่ยนจริงไหม” EP นี้คือเข็มทิศของคุณ
Citytrail Talk
Running with Science 👟📊
